Skip Ribbon Commands
Skip to main content

 ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ

​​​​​​​สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับเป็นสินเชื่อที่ผู้กู้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาขอกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์หรือผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) โดยไม่มีวัตถุประสงค์นำไปใช้ในการประกอบธุรกิจและไม่มีหลักประกัน ซึ่งการคิดดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับจะคิดค่าดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมสูงสุดได้ไม่เกิน 28% ต่อปีและเป็นแบบลดต้นลดดอก ปัจจุบันลักษณะของสินเชื่อประเภทนี้มี 3 รูปแบบ คือ

1. ทำสัญญาและรับเงินไปทั้งก้อน
2. ทำสัญญาเพื่อรับวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนโดยใช้บัตรกดเงินสดค่อย ๆ กดเงินออกมาเท่าที่ต้องการจะใช้ในแต่ละครั้ง
3. ทำสัญญาเช่าซื้อสินค้าแต่ละชิ้นโดยต้องสมัครเป็นสมาชิกของผู้ให้สินเชื่อก่อน

ตัวอย่างการคำนวณกรณีการรับวงเงินเพื่อเบิกตามต้องการ​


ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม = (จำนวนเงินที่เบิกถอน x อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ต่อปี x จำนวนวันที่เบิกถอน**) / จำนวนวันใน 1 ปี​
**นับจำนวนวันโดยนับวันที่ผู้ถือบัตรถอนเงินเป็นวันแรก 

ยกตัวอย่างเช่น บัตรกดเงินสดของธนาคารแห่งหนึ่งคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกัน 28% ต่อปี นาย ข. กดเงินสดเมื่อวันที่ 25 เมษายน จำนวน 10,000 บาทและไม่ได้ใช้บัตรนั้นอีกเลย​​
imga5_4.jpg 
 


การคำนวณดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ​​imga5_3.jpg

ธนาคารสรุปยอดรายการในวันที่ 2 พฤษภาคมและจะครบกำหนดชำระในวันที่ 19 พฤษภาคมโดยระบุว่ามียอดที่ต้องชำระรวม 10,053.70 บาท ซึ่งแบ่งเป็น
ยอดเงินที่เบิกถอน 10,000 บาทอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม  
= (10,000 x 28%  x 7) / 365
​= 53.70 บาท
 

ถึงแม้ในวันที่ 19 พฤษภาคม นาย ข. นำเงินไปชำระเต็มจำนวนแต่ก็จะยังมีดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมคงค้าง จากวันที่ 3 พฤษภาคม ถึงวันที่ 18 พฤษภาคม ดังนั้น ธนาคารจึงมีการสรุปยอดรายการอีกครั้งในวันที่ 2 มิถุนายน จำนวน 122.74 บาท

ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมคงค้าง = (10,000 x 28% x 16) / 365 = 122.74 บาท 

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษาวิธีการคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ หรือเอกสารอธิบายวิธีคำนวณที่แนบมากับใบแจ้งยอดบัญชี อนึ่ง หากต้องการชำระปิดยอดทั้งหมด ขอให้สอบถามรายละเอียดจากผู้ให้บริการ อาทิ ยอดหนี้รวมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจนถึงวันที่ประสงค์จะชำระเงิน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะชำระคืนด้วย​


คำถามถามบ่อย QA2.png

Question_Icon.png

ทำไมอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง เช่น MLR ของแต่ละธนาคารไม่เท่ากัน​

answer_Icon2.png เพราะต้นทุนของธนาคารแต่ละแห่งไม่เท่ากัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก สภาพคล่อง อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ธนาคารต้องดำรง ซึ่งอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงในแต่ละช่วงเวลา  นอกจากนี้ ในทางปฏิบัติธนาคารก็มักจะใช้ MLR กับทั้งลูกค้ารายใหญ่และรายย่อย​
Question_Icon.png

ทำไมอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงมีบวกหรือลบต่อท้ายด้วย เช่น MLR + X% และทำไม X% ของลูกค้าแต่ละรายจึงไม่เท่ากัน

answer_Icon2.png หากผู้กู้มีความเสี่ยงสูง เช่น ฐานะทางการเงินไม่ค่อยมั่นคง ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น (X%) จากอัตราอ้างอิง เพื่อชดเชยความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละรายที่อาจแตกต่างกันไป หรือหากผู้กู้มีความเสี่ยงต่ำ ธนาคารอาจคิดดอกเบี้ยที่ถูกกว่าอัตราอ้างอิงก็ได้ เช่น MLR + X% ซึ่ง X% ของลูกค้าแต่ละรายจึงไม่จำเป็นต้องเท่ากัน และยังขึ้นกับดุลพินิจ หลักเกณฑ์ และวิธีการพิจารณาสินเชื่อที่แตกต่างกันไปของธนาคารแต่ละแห่ง ดังนั้น เราควรสอบถามธนาคารที่เราสนใจหลาย ๆ แห่ง และนำมาพิจารณาเปรียบเทียบว่าธนาคารแห่งไหนมีเงื่อนไขที่ดีและเหมาะสมกับเรามากที่สุด​
​​
ผู้จัดการบริการ

ขอรับคำปรึกษา หรือ ร้องเรียน

โปรแกรมคำนวณ

  • โปรแกรม

    คำนวณเงินออม

    คลิก
  • โปรแกรม

    คำนวณเงินกู้

    คลิก
  • โปรแกรม

    ประเมินความรอบรู้ทางการเงิน

    คลิก

คุณคือใคร