ข้ามคำสั่ง Ribbon
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

 การลงทุน

​​​​​​​​​​​​FCC__Saving_Report_program_190314.png​​​​​


รู้จักออม

ถ้าต้องการลงทุน ขอแนะนำให้เริ่มต้นที่ การออม ก่น ซึ่งเป็นการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ตนเองในการทยอยเก็บเงินทีละเล็กละน้อยให้มีจำนวนพอกพูนขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปในรูปแบบที่มีความปลอดภัย มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อรักษาเงินต้นไว้ 

FCC_Retise_img5.png
 

โดยผลตอบแทนจากเงินออมอาจไม่ได้สูงมากนัก ยกตัวอย่าง  เช่น  เงินฝากออมทรัพย์หรือเงินฝากประจำรายเดือนแบบปลอดภาษี จนกระทั่งสามารถเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง จึงค่อยเริ่มลงทุน ซึ่งหมายถึงการแบ่งเงินก้อนที่ได้จากการเก็บหอมรอมริบส่วนหนึ่งไปลงทุนในผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุน เช่น หุ้น  ตราสารหนี้ กองทุนรวม   Exchange Traded Fund หรือ ETF สัญญาซื้อขายล่วงหน้าและทางเลือกในการลงทุนอื่น ๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้สูงขึ้นกว่าการออม แต่มีข้อควรคำนึงคือ ผู้ลงทุนต้องสามารถยอมรับความเสี่ยงประเภทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนนั้น ๆ ได้ เพื่อแลกกับโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น

เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินต้น และมีระยะเวลาช่วงหนึ่ง ที่คุณยังไม่สามารถนำเงินนั้นออกมาใช้ได้  ดังนั้น จำนวนเงินที่สามารถนำไปลงทุนได้ คือ เงินก้อนที่มีอยู่  หักด้วยค่าใช้จ่ายจำเป็น ภาระผูกพัน และเงินสำรองเผื่อไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือ ทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามา ให้แบ่งเงินนั้นออกเป็นส่วน ๆ ตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ โดยแบ่งส่วนหนึ่งมาเลือกออมหรือลงทุนอย่างสม่ำเสมอตามความเหมาะสม​

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น หุ้น  หรือ กองทุนรวม ที่เปิดโอกาสการทำกำไรจากส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายหลักทรัพย์หรือหน่วยลงทุน (Capital Gain) แต่ในทางกลับกันก็มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนเพราะราคาขายต่ำกว่าราคาซื้อ (Capital Loss) เช่นกัน รวมทั้งมีโอกาสที่จะได้รับเงินปันผลตามผลประกอบการและนโยบายปันผล  ส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ แม้ว่าจะมีความผันผวนด้านราคาต่ำกว่าตราสารทุน แต่ก็สามารถขาดทุนได้จากราคาตราสารหนี้ ที่โดยมากจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงกันข้ามกับอัตราดอกเบี้ย นอกจากนั้นยังต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงด้านเครดิตหรือความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารด้วย

FCC_wallop_160314_2.png 

​ทั้งนี้ เงินฝากประจำ หรือ สลากออมทรัพย์ ก็อาจมองได้ว่าเป็นการลงทุน เพราะผู้ลงทุนยอมที่จะสูญเสียสภาพคล่องของตนเองไป ไม่สามารถนำเงินสดออกไปใช้ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อแลกกับการได้รับดอกเบี้ยที่สูงขึ้นหรือโอกาสที่จะถูกรางวัล​​


รู้จักตนเอง

เมื่อเตรียมเงินสำหรับการลงทุนไว้แล้ว ก่อนการตัดสินใจลงทุนใด ๆ  ผู้ลงทุนต้องตอบคำถามสำคัญด้านล่างให้ได้เสียก่อนเพื่อประเมินตนเอง และใช้เป็นแนวทางในการลงทุน รวมถึงเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุน ที่ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง

 


วัตถุประสงค์ในการลงทุนของคุณคืออะไร​

 FCC_inv_160314.png

ตัวอย่าง วัตถุประสงค์ในการลงทุน  เช่น  ลงทุนเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินต่าง ๆ ได้แก่  ซื้อรถ  ซื้อบ้าน ศึกษาต่อต่างประเทศ หรือลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยเพียงพอสำหรับ
การใช้จ่ายหลังเกษียณ​ หรือลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี และยังมีคำถามที่ตามมา คือ ต้องการเงินจำนวนเท่าไหร่  เพื่อใช้ทำอะไร  ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ ระยะสั้น (ไม่เกิน 1 ปี) 
ระยะกลาง (1-3 ปี) หรือ ระยะยาว (3 ปีขึ้นไป)  แต่หัวใจสำคัญ คือ การเลือกลงทุนในสิ่งที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการลงทุนของตนเอง  ขอยกตัวอย่างการเตรียมเงินไว้สำหรับการพาครอบครัวไปท่องเที่ยวต่างประเทศในอีก 6 เดือนข้างหน้า  หากเรานำเงินไปลงทุนโดยตรงในตลาดหลักทรัพย์ หรือซื้อกองทุนรวมตราสารทุน มีความเป็นไปได้ที่ในอีก 6 เดือนต่อมา ราคาหลักทรัพย์หรือมูลค่าหน่วยลงทุนจะต่ำลง ซึ่งเรามีความจำเป็นต้องยอมรับผลขาดทุนโดยขายหลักทรัพย์หรือหน่วยลงทุนนั้นเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายตามกำหนด  มิหนำซ้ำถ้าราคาต่ำลงมากก็อาจเหลือเงินไม่เพียงพอสำหรับใช้จ่ายก็เป็นได้  ในกรณีนี้ เราควรนำเงินไปฝากประจำหรือซื้อกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่มีระยะเวลาครบกำหนดไม่เกิน 6 เดือน จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า  ซึ่งโดยทั่วไป เงินฝากประจำและตราสารหนี้ที่อายุยาวกว่าจะมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าระยะสั้น  นอกจากนี้ ความผันผวนของราคาหลักทรัพย์หรือหน่วยลงทุน ในระยะสั้น อาจไม่กระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวก็ได้ 

 

อัตราผลตอบแทนที่คาดหวังเป็นอย่างไร และคุณสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด​

ผลตอบแทนที่สูงขึ้นมักมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเสมอ (high risk, high return) ทั้งนี้ ความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกัน ขึ้นกับหลายปัจจัย  เช่น

FCC_2.3starttoinvest_IconAge.png​​​​​​​​​​​นักลงทุนที่มีอายุน้อย หรือมีความตั้งใจที่จะลงทุนในระยะยาว ย่อมยอมรับความเสี่ยงได้มากกว่า​นักลงทุนที่มีอายุมากขึ้นหรือสามารถลงทุนได้ในช่วงเวลาที่สั้นกว่า เพ​ราะมีความเป็นไปได้น้อยกว่าที่จะมีความจำเป็นต้องนำเงินที่ไปลงทุนไว้ออกมาใช้ในช่วงที่สินทรัพย์มีราคาต่ำ
FCC_2.3starttoinvest_Iconfinancial.png​​​​​​​​​นักลงทุนที่มีฐานะการเงินดีซึ่งหมายถึงมีสินทรัพย์สภาพคล่องและสินทรัพย์เพื่อการลงทุนเป็นจำนวนมาก  โดยเงินที่นำมาลงทุนนั้นเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับความมั่งคั่งสุทธิ ตลอดจนมีความ​สามารถในการหารายได้และการออม  มีระยะเวลาที่จะไม่ใช้เงินที่นำมาลงทุนจำนวนนั้นนานกว่า  และมีความต้องการรายได้จากการลงทุนเพื่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันน้อยกว่า มักจะยอมรับความเสี่ยงได้มากกว่า
FCC_2.3starttoinvest_Icontraits.png​​​​​​​​​​​แม้แต่นักลงทุนที่มีอายุเท่ากันและมีฐานะการเงินระดับเดียวกัน ก็มีความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงไม่เท่ากัน  ขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยและทัศนคติส่วนบุคคลด้วย  จะสังเกตได้ว่าในช่วงที่ตลาดการเงินมีความผันผวน นักลงทุนหลายคนยังคงรู้สึกสบาย ๆ  แต่บางคนถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ ดังนั้น ก่อนการตัดสินใจลงทุน อย่าลืมถามตนเองว่าเป็นคนประเภทใด สามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด​

ทั้งนี้ ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  ผู้ลงทุนต้องทำแบบประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของผู้ลงทุน
(Customer Risk Profile) ทุก ๆ 2 ปี  เพื่อให้ทราบถึงระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนแต่ละคนยอมรับได้  และเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการตัดสินใจลงทุนด้วย​

รู้จักสิ่งที่ลงทุน​

สิ่งสำคัญมากที่ผู้ลงทุนต้องทำก่อนการตัดสินใจนำเงินของเราไปลงทุนในผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุน ใด ๆ  คือ การใช้เวลาศึกษาหาความรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งนั้นอย่างถ่องแท้เสียก่อน เพราะว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้น ถ้า (ยัง) ไม่เข้าใจ อย่า (เพิ่ง) เสี่ยง !

ในปัจจุบัน มีแหล่งข้อมูลที่ให้ความรู้และคำแนะนำเบื้องต้นที่เป็นประโยชน์สำหรับนักลงทุนมือใหม่มากมาย  ซึ่งเราจะพบข้อมูลบางส่วนใน website นี้  ภายใต้หัวข้อ การบริหารจัดการเงิน และบริการที่หน่วยงานอื่น ๆ กำกับดูแล นอกจากนี้ ยังมี website อื่น ๆ ที่ขอแนะนำดังนี้

www.start-to-invest.com​​  ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลและพัฒนาการลงทุนในตลาดทุน ใน website นี้มีข้อมูลความรู้แก่ผู้ลงทุนตั้งแต่วางแผนการลงทุน  ผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุน  ช่องทางการลงทุน ข้อควรระวัง  รวมถึงการสอบถามและร้องเรียนwww.tsi-thailand.org ของศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีข้อมูลความรู้สำหรับทั้งผู้เริ่มต้นวางแผนสู่ความมั่งคั่ง นักลงทุนมือใหม่ และนักลงทุนมือโปรwww.settrade.com ซึ่งเป็น website สำหรับติดตามราคาหลักทรัพย์ และเป็นแหล่งรวบรวมราคาสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ รวมถึงมีข้อมูลความรู้สำหรับนักลงทุนมือใหม่ด้วยwww.wealthmagik.com ซึ่งรวบรวมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลงทุน มีเครื่องมือช่วยหาการลงทุนที่เหมาะสมกับนักลงทุนแต่ละคน พร้อมทั้งมีข้อมูลเปรียบเทียบและจัดอันดับกองทุนรวมประเภทต่าง ๆwww.thaimutualfund.com​ ซึ่งรวบรวมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับกองทุนรวม รวมถึงข้อมูลของแต่ละกองทุนรวม เช่น ข้อมูลสังเขป มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV)  ผลการดำเนินงาน หนังสือชี้ชวนและรายงานกองทุนรวมwww.morningstarthailand.com ซึ่งรวบรวมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลงทุน  รวมถึงมีข้อมูลเปรียบเทียบและจัดอันดับกองทุนรวม และ ETF

นอกจากนี้ คุณยังสามารถศึกษาข้อมูลได้โดยตรงจาก website ของธนาคารพาณิชย์ (ธ.พ.) สถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFI)   บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ​หรือ  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) และสามารถสอบถามรายละเอียดพร้อมทั้งขอเอกสารที่จำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุน เช่น หนังสือชี้ชวน หรือ Fact Sheet จากเจ้าหน้าที่ขายของสถาบันการเงิน  อย่าลืมว่าในฐานะผู้ใช้บริการทางการเงิน คุณมีสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และเลือกใช้บริการได้อย่างอิสระ และถือเป็​​นหน้าที่ของคุณเองที่จะต้องเข้าใจรายละเอียดของบริการทางการเงินก่อนเลือกใช้ และ เปรียบเทียบข้อมูลเพื่อเลือกสิ่งที่ดีกว่า

รู้เท่าทันสถานการณ์แวดล้อม

ผู้ลงทุนต้องสนใจและติดตามข่าวสารที่อาจมีผลกระทบต่อเงินลงทุนอย่างสม่ำเสมอ  ซึ่งถือเป็น หน้าที่ของผู้ใช้บริการทางการเงิน อีกหนึ่งข้อ ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนการลงทุนมีดังนี้

ปัจจัยทางเศรษฐกิจ  เช่น ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ การผลิต การค้า การลงทุน  อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงิน  อัตราแลกเปลี่ยน กระแสเงินทุนไหลเข้า-ออก 
ภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศ
ปัจจัยทางการเมือง  ทั้งสถานการณ์ทางการเมือง รวมถึงนโยบายหรือมาตรการของภาครัฐ เช่น ภาษี  การส่งเสริมการลงทุนพัฒนาการที่สำคัญ เช่น การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตลาดการเงิน หรือผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนนั้น ๆ เอง

รู้จักกระจายเงินลงทุน

FCC_160314 


 

ปัจจุบันเงินฝากที่เป็นเงินบาทซึ่งฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ยังได้รับความคุ้มครองจาก สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) ตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนเงินลงทุนในผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนไม่ได้รับความคุ้มครอง ดังนั้น จึงไม่ควรนำเงินทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดไปลงทุนในผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนประเภทเดียวกัน หรือ มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องประเภทเดียวกัน เพราะจะเปรียบเสมือนกับการนำไข่ทุกใบใส่ไว้ในตะกร้าใบเดียว แต่ควรแบ่งไข่ใส่ตะกร้าหลาย ๆ ใบ เพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นหากตะกร้าตก เช่นเดียวกับการการกระจายเงินลงทุน จะช่วยลดความเสี่ยงในภาพรวมลงได้


 

interest.pngเรื่องที่น่าสนใจ​

FCC_Banner_finplan_160314.png​​​  

FCC_Banner_stexch_160314.png 

FCC_Banner_VDO_money_160314.png ​

​​

​​

ผู้จัดการบริการ

ขอรับคำปรึกษา หรือ ร้องเรียน

โปรแกรมคำนวณ

  • โปรแกรม

    คำนวณเงินออม

    คลิก
  • โปรแกรม

    คำนวณเงินกู้

    คลิก
  • โปรแกรม

    ประเมินความรอบรู้ทางการเงิน

    คลิก

คุณคือใคร