ข้ามคำสั่ง Ribbon
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนก่อหนี้

​​​​

ความสามารถในการผ่อนชำระ​

หากเรามีหนี้มากก็ต้องเสียดอกเบี้ยจำนวนมาก และถ้าภาระหนี้ที่ต้องผ่อนจ่ายในแต่ละงวดมากเกินกำลังชำระหนี้ของเราก็อาจไม่มีเงินไปจ่ายตามกำหนดหรือที่เรียกว่าเกิดการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งเราอาจต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยกรณีผิดนัดซึ่งแพงกว่าดอกเบี้ยปกติ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าติดตามทวงถามหนี้ รวมถึงเรื่องอื่นๆ เช่น ความทุกข์ ความเครียด ว่าจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ที่พอกพูนขึ้น นอก​จากนี้ ประวัติทางการเงินของเราก็จะเสีย ซึ่งอาจเป็นปัญหาในการขอสินเชื่อครั้งต่อไป หรือเรื่องอาจบานปลายออกไปอีก เช่น อาจถูกฟ้องล้มละลายได้
ดังนั้น สิ่งที่ควรจำให้ขึ้นใจและนำมาใช้ทุกครั้งก่อนตัดสินใจเป็นหนี้ก็คือ ควรพิจารณาว่าเรามีความสามารถในการผ่อนชำระมากน้อยแค่ไหน ซึ่งสัดส่วนการผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดในแต่ละเดือนไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือนเพื่อให้เราไม่มีภาระหนี้และความหนักใจมากจนเกินไป รวมทั้งมีเงินใช้สำหรับเรื่องอื่นในชีวิต เช่น ออมเพื่อวันข้างหน้า ซื้อสินค้าและบริการที่จำเป็นต้องใช้ในปัจจุบัน

BOT-cover-book4.png
​ ​

ประเภทของสินเชื่อ

สินเชื่อมีหลากหลายประเภทมีลักษณะและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน เราจึงควรพิจารณาประเภทของสินเชื่อที่เหมาะกับความจำเป็นในการใช้เงินของเราซึ่งสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเนื้อหาเรื่องสินเชื่อ และข้อมูลจากสถาบันการเงินต่าง ๆ


 

อัตราดอกเบี้ยและวิธีการคิดดอกเบี้ย

p8_new.png 
อัตราดอกเ​บี้ยรูปแบบของอัตราดอกเบี้ยที่ใช้และวิธีการคำนวณดอกเบี้ยของสถาบันการเงินแต่ละแห่งอาจแตกต่างกัน ดังนั้น ควรศึกษาหาข้อมูลให้ครบถ้วนว่าสถาบันการเงินที่เราสนใจจะใช้บริการใช้อัตราดอกเบี้ยเท่าใด เป็นแบบคงที่หรือลอยตัว และใช้วิธีคำนวณแบบเงินต้นคงที่ (flat rate) หรือลดต้นลดดอก (effective rate) เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจ​
นอกจากในกรณีทั่วไปแล้วยังมีอัตราดอกเบี้ยในกรณีอื่น ๆ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บเพิ่มขึ้นหากผิดนัดชำระหนี้ หรือการเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าบางกลุ่มอาชีพที่ซึ่งสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากผู้ให้สินเชื่อ หรือหากต้องการเปรียบเทียบกับ อัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ หรือ ค่าธรรมเนียมที่สำคัญ​ก็สามารถเข้ามาดูได้ที่ website ของแบงก์ชาติ

ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นอกจากดอกเบี้ยแล้ว การขอสินเชื่อมักมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกเช่น ค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกันค่าจดจำนองหลักประกัน ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ ค่าอากรแสตมป์ เราจึงต้องไม่ลืมศึกษาข้อมูลเหล่านี้ด้วย​​​​​​


 

ระยะเวลาในการผ่อนชำระ

ระยะเวลาในการผ่อนชำระมีผลต่อดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพราะยิ่งระยะเวลานานก็ยิ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยมากจึงไม่ควรติดกับดักจ่ายน้อย ๆ (แต่จ่ายนาน ๆ ) เพราะทำให้เราเสีย
ดอกเบี้ยมากทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเรามีกำลังจ่ายมากกว่าที่กำลังผ่อนอยู่ หรือมองอีกด้าน
ก็คือหากผ่อนหมดไวก็จะเสียดอกเบี้ยน้อย ซึ่งสามารถทำได้โดยวางเงินดาวน์ก้อนใหญ่หรือผ่อนชำระต่องวดมาก อย่างไรก็ตาม ควรคำนึงถึงจุดสมดุลในชีวิตของแต่ละคนซึ่งอาจแตกต่างกันไป โดยการผ่อนชำระต่องวดไม่ควรกระทบกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและการออมเงินเผื่อเหตุฉุกเฉิน เพราะอาจทำให้เราใช้ชีวิตใช้ชีวิตแบบตึงเกินไป หรือหากมีเหตุฉุกเฉินแต่ไม่มีเงินรองรับ ก็อาจทำให้เราต้องไปกู้หนี้ยืมสินได้


คุณภาพการให้บริการ

เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราต้องติดต่อกับผู้ให้
สินเชื่อเป็นเวลานาน เช่น สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจตัดสินใจได้จากวิธีการตอบ
คำถามอย่างชัดเจนด้วยความเต็มใจ ระยะเวลาในการดำเนินเรื่อง วิธีการติดตามทวงถามหนี้ กระทู้ร้องเรียนที่พบได้จากเว็บไซต์ หรือถามจากเพื่อน ๆ หรือคนที่เรารู้จักที่เป็นลูกค้าอยู่หรือเคยใช้บริการ


 


 

ความสะดวกของช่องทางการชำระหนี้และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

หากดอกเบี้ยและคุณภาพการให้บริการไม่แตกต่างกัน ก็ควรเลือกใช้บริการจากสถาบันการเงิน ที่เราสามารถชำระหนี้ได้อย่างสะดวกและไม่มีค่าใช้จ่ายหรือมีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการผ่านช่องทางนั้น ๆ น้อยที่สุด


 

หลีกเลี่ยงสินเชื่อนอกระบบ

แม้สินเชื่อนอกระบบจะมีความสะดวกมากกว่าเมื่อเทียบกับสินเชื่อในระบบ เช่น ของ่าย ได้เงินเร็ว ไม่ต้องใช้หลักฐานทางการเงิน ไม่ต้องตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรหรือไม่ต้องหาหลักประกัน แต่ก็ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทางการที่สำคัญ มักคิดดอกเบี้ยแพง เอารัดเอาเปรียบ และทวงหนี้ด้วยความรุนแรงเราจึงควรหลีกเลี่ยงสินเชื่อนอกระบบ

เราสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเรื่องการเงินนอกระบบ 

หากต้องการรู้คร่าว ​ๆ ว่าเราสามารถก่อหนี้ได้เท่าไร และใช้ระยะเวลาในการผ่อนชำระนานแค่ไหน สามารถทดลองคำนวณได้ที่ โปรแกรมคำนวณเงินกู้​ 

FCC_p29.png

FCC_p15_2.png

คำถามถามบ่อย QA2.png

Question_Icon.png

บ้านกับรถควรซื้ออะไรก่อน​​

answer_Icon2.png

ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและประโยชน์ที่แต่ละคนจะได้รับซึ่งสำหรับคนที่ไม่มีความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย แต่จำเป็นต้องใช้รถในการประกอบอาชีพ เช่น เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่ต้องเดินทางบ่อย การซื้อรถก็ดูจะจำเป็นและมีประโยชน์กว่า แต่หากซื้อรถเพื่อให้ดูดีมี ฐานะทั้ง ๆ ที่ยังต้องเช่าบ้าน แถมการเดินทางไปทำงานก็ไม่ได้ลำบาก การซื้อบ้านก็เป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่า เพราะถือเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มูลค่ามีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว ขณะที่รถนับวันจะยิ่งมีมูลค่าลดลง

อย่างไรก็ตาม หากกู้ซื้อรถก่อนกู้ซื้อบ้านสถาบันการเงินจะมองว่าเรามีความสามารถในการผ่อนชำระลดลงซึ่งอาจทำให้โอกาสที่จะได้รับอนุมัติสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านลดลงด้วย​​​

ผู้จัดการบริการ

ขอรับคำปรึกษา หรือ ร้องเรียน

โปรแกรมคำนวณ

  • โปรแกรม

    คำนวณเงินออม

    คลิก
  • โปรแกรม

    คำนวณเงินกู้

    คลิก
  • โปรแกรม

    ประเมินความรอบรู้ทางการเงิน

    คลิก

คุณคือใคร