Skip Ribbon Commands
Skip to main content

ตรวจสอบความพร้อมในการเผชิญวิกฤตทางการเงิน

ตรวจสอบความพร้อมของคุณในการเผชิญวิกฤตทางการเงิน ด้วยการตอบคำถามต่อไปนี้

ใช่ ไม่ใช่
1. ก่อนที่คุณจะซื้ออะไร คุณจะถามตัวเองก่อนว่าจ่ายไหวไหมเสมอ
2. คุณจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าผ่อนสินค้า ได้ตรงเวลา
3. คุณเคยออมเงินในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
4. คุณไม่เคยประสบปัญหาเงินไม่พอใช้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
5. คุณจัดการเงินของตนเองอย่างสม่ำเสมอ
6. คุณตั้งเป้าหมายการเงินระยะยาวและมุ่งมั่นที่ทำให้สำเร็จ
7. คุณจะพยายามหาทางรอดจากปัญหาทางการเงินให้ได้
8. คุณใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ และคำนึงถึงผลในอนาคต
9. คุณมีเงินออมเผื่อฉุกเฉิน (เงินที่สามารถนำมาใช้กรณีขาดรายได้กะทันหัน เช่น ประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ตกงาน) สำหรับการใช้ชีวิตอย่างปกติได้มากกว่า 3 เดือน
10. คุณไม่เคยให้ข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินทางอีเมล เว็บไซต์ หรือบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ
11. คุณไม่เคยถูกนำข้อมูลบนบัตรเอทีเอ็ม หรือบัตรเครดิตไปใช้ โดยคุณไม่ได้อนุญาต
12. คุณเปลี่ยนรหัสผ่าน (password) ทุก 3 เดือน
รวมจำนวน



วิธีคิดคะแนน (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)


คุณพร้อมแค่ไหนที่จะเผชิญวิกฤตทางการเงิน


คุณพร้อมมากที่จะเผชิญวิกฤตทางการเงิน คุณมีความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมทางการเงินที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเงิน การบริหารจัดการหนี้ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ร้าย ๆ ทางการเงินที่อาจมาถึงโดยที่คุณยังไม่ทันตั้งตัว


การทำแผนใช้เงินเป็นประจำจะช่วยให้คุณจัดการเงินได้ดีโดยเฉพาะช่วงที่มีความไม่แน่นอนของรายรับ และเงินที่เคยเก็บออมไว้เพื่อเป็นเงินออมเผื่อฉุกเฉิน ก็เป็นเหมือนผู้ช่วยที่คอยบรรเทาความยากลำบากในเวลาที่รายรับลดหรือไม่มีรายรับเลย


หากคุณมีหนี้ อาจจะต้องรอบคอบในการบริหารจัดการหนี้ในยามวิกฤตแบบนี้สักนิด เพราะหากรายได้ลดหรือขาดรายได้เป็นเวลานาน เงินที่มีอาจไม่พอสำหรับการใช้จ่ายรวมถึงการจ่ายหนี้ นอกจากนี้ต้องคอยติดตามข่าวสารเรื่องภัยทางการเงินให้ดี เพราะอาจมีผู้ไม่หวังดีกำลังรอโอกาสฉกเงินของคุณไป

คุณมีความพร้อมในระดับหนึ่งที่จะเผชิญวิกฤตทางการเงิน คุณมีความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมทางการเงินที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเงิน การบริหารจัดการหนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้


อยากชวนคุณลองทำแผนใช้เงิน เพื่อคาดการณ์รายรับและรายจ่ายของตนเอง และวางแผนไปข้างหน้าได้ชัดเจนมากขึ้น หากรายรับยังเพียงพอที่จะออม คุณอาจจะกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินออมเผื่อฉุกเฉิน เพราะหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอีก คุณจะได้พร้อมรับมืออย่างไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก


หากมีหนี้ คุณจะต้องบริหารจัดการหนี้ในยามวิกฤตให้ดี เพราะหากวิกฤตยืดเยื้อ รายรับลดหรือขาดรายได้เป็นเวลานาน ก็อาจทำให้ความสามารถในการจ่ายหนี้ของคุณลดลงได้ รวมไปถึงติดตามข่าวสารภัยทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพผู้ไม่หวังดี

คุณพอจะมีความพร้อมอยู่บ้างที่จะเผชิญวิกฤตทางการเงิน คุณต้องระมัดระวังการใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น อาจลองทำแผนใช้เงิน เพื่อวางแผนการใช้จ่ายของตนเอง หากยังพอมีกำลัง ควรทยอยเก็บเงินออมเผื่อฉุกเฉินให้สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติได้อย่างน้อย 3 – 6 เดือนในช่วงที่รายรับลดหรือขาดรายได้


หากมีหนี้ คุณไม่ควรก่อหนี้เพิ่มและต้องบริหารจัดการหนี้ในยามวิกฤตให้ดี หากจ่ายไม่ไหว ให้เช็กมาตรการช่วยเหลือของรัฐ หรือขอปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ และต้องคอยติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภัยทางการเงิน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

คุณมีความพร้อมน้อยที่จะเผชิญวิกฤตทางการเงิน คุณควรทำแผนใช้เงิน หรือ บันทึกรายจ่าย เพื่อให้คุณรู้รายรับและรายจ่ายของตนเอง และสามารถจัดการเงินในช่วงที่รายรับลดได้ดีขึ้น และควรปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยเริ่มจากการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงให้ได้มากที่สุดก่อน


หากมีหนี้ คุณจะต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มและต้องบริหารจัดการหนี้ในยามวิกฤตอย่างรัดกุม เริ่มจากเช็กมาตรการช่วยเหลือของรัฐว่า คุณเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับการช่วยเหลือหรือไม่ หากมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ ก็อย่ารอช้าที่จะติดต่อขอความช่วยเหลือ แต่หากคุณยังพอมีรายรับอยู่บ้าง อาจขอปรับโครงสร้างหนี้ อย่างน้อยก็เพื่อให้สามารถจ่ายหนี้ได้บางส่วนแม้อยู่ในช่วงวิกฤต ไม่กลายเป็นคนเบี้ยวหนี้ (การไม่ชำระหนี้อาจจะส่งผลลบต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในอนาคต)


หากทำได้ คุณควรหารายได้เสริมอย่างสุจริตตามความถนัดของคุณ และเมื่อรายรับเพิ่มขึ้นบ้างแล้ว ให้ทยอยเก็บเงินออมเผื่อฉุกเฉิน ไว้เป็นเงินสำรองไว้ใช้จ่ายในช่วงที่รายรับลดหรือขาดรายรับ และต้องคอยติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภัยทางการเงิน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ




ผู้จัดการบริการ