Skip Ribbon Commands
Skip to main content

 คนไทยอ่อนเรื่อง "เงิน"

ขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับความเสี่ยงกับภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดย ณ สิ้นปี 2556 เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ 82.3% จากปี 2551 หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี่อยู่ที่เพียง 51% และจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวในปัจจุบัน ทำให้ "ศูนย์วิจัยกสิกรไทย" ระบุว่า แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนจะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง แต่ก็มีโอกาสที่จะขยับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 84% ของจีดีพีในสิ้นปี 2557 ตัวเลขการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือน เกิดจากอัตราการเติบโต "รายได้" ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของตัวเลขหนี้สิน รวมทิศทางการออมของคนไทยก็อยู่ในอัตราที่ต่ำลง​ ละจากที่ไม่มีความรู้ในการบริหารจัดการทางการเงินของประชาชน  เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหาหนี้เสียในระบบเพิ่มสูงขึ้นด้วย

 แต่ปัญหาคือ "คนไทย" ส่วนใหญ่รู้แต่การ "ใช้เงิน" แต่ขาดความรู้ในการบริหารจัดการเงิน จนถึงความรู้พื้นฐานทางการเงิน

ายงานผลสำรวจทักษะทางการเงินของไทยปี 2556 ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำการศึกษาทักษะทางการเงินของคนไทย  โดยใช้แนวสำรวจของ OECD ซึ่งครอบคลุมการวัด 3 ด้านคือ ด้านความรู้ทางการเงิน , ด้านพฤติกรรมทางการเงิน , และทัศนคติทางการเงิน ผลสำรวจพบว่า คนไทยมีคะแนนทักษะทางการเงินเฉลี่ยคิดเป็นร้อยล​ะ 58.5 ของคะแนนเต็ม ซึ่งต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยของ 14 ประเทศที่ร่วมโครงการของ OECD ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 62.3

นอกจากนี้รายงานยังสรุปว่า คนไทยไม่มีความรู้ทางการเงินอย่างถ่องแท้ โดยมีคนไทยมากกว่าครึ่งไม่เข้าใจการคำนวณดอกเบี้ยทบต้น นโยบายคุ้มครองเงินฝาก และยังมีคนไทยจำนวนมากที่ไม่เข้าใจเรื่องการคำนวณดอกเบี้ยของสินเชื่อ หรือการคำนวณเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย

ทั้งนี้ เพราะประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการให้ "ความรู้ทางการเงิน" (Financial Literacy) ที่ค่อนข้างต่ำทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของทุกคน แต่เรากลับไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร

"ความรู้ทางการเงิน" ที่ว่านี้หมายถึง ความรู้ความเข้าใจวินัยทางการเงิน รู้จักวางแผน และสามารถบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการตัดสินใจทางการเงินที่ดี เพื่อทำให้ตนเองมีสุขภาพทางการเงินที่ดี

ประกอบกับทุกวันนี้ธุรกิจการเงินมีการแข่งขันอย่างรุนแรง ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนสร้างหนี้มากขึ้น ขณะที่นวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความซับซ้นมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนอาจได้รับข้อมูลหรือมีความรู้ความเข้าใจไม่เพียงพอที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้เหมาะสมกับความต้องการของตนเองอย่างแท้จริง

ดังนั้น การสร้างราก​ฐานของเศรษฐกิจประเทศให้แข็งแรง จำเป็นต้องมีการสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องการเงินให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งขณะนี้ก็มีการผลักดันให้ภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังความรู้เรื่องทางการเงินตั้งแต่เด็ก ๆ เฉกเช่นเดียวกับการสอนเด็ก ๆ อ่านออกเขียนได้ เพื่อสร้างสุขภาพการเงินที่แข็งแรงของประชาชนและประเทศ

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 24-27 เมษายน 2557 คอลัมน์ สามัญสำนึก โดย สดใจ ชาญชาตรีรัตน์​​​​

ผู้จัดการบริการ
 

ขอรับคำปรึกษา หรือ ร้องเรียน

โปรแกรมคำนวณ

  • โปรแกรม

    คำนวณเงินออม

    คลิก
  • โปรแกรม

    คำนวณเงินกู้

    คลิก
  • โปรแกรม

    ประเมินความรอบรู้ทางการเงิน

    คลิก

คุณคือใคร